Chiller กินไฟมากผิดปกติ

Chiller กินไฟมากผิดปกติ เกิดจากอะไร? 8 สาเหตุที่ควรตรวจสอบ

Chiller กินไฟมากผิดปกติ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การตั้งค่าการทำงานของเครื่อง ภาระความเย็นที่เปลี่ยนไป ไปจนถึงปัญหาด้าน Heat Exchanger, Condenser, ตะกรัน, Fouling และคุณภาพน้ำในระบบ การเห็นค่าไฟสูงขึ้นจึงไม่ควรรีบสรุปว่าเครื่องเสีย แต่ควรตรวจสอบข้อมูลการทำงานของระบบอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อหาว่าประสิทธิภาพที่ลดลงเกิดจากจุดใด

ASHRAE แนะนำให้ติดตามประสิทธิภาพของ Chiller และดูแลพื้นผิวถ่ายเทความร้อน รวมถึงการทำ Water Treatment และ Tube Cleaning ตามความเหมาะสม เพื่อควบคุม Fouling และประสิทธิภาพของระบบ (ASHRAE – Liquid-Chilling Systems)

Chiller กินไฟสูงผิดปกติเกิดจากอะไร?

เมื่อ Chiller ใช้ไฟเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกว่ามาจาก ตัวเครื่อง ระบบน้ำ หรือภาระการทำความเย็น

ตะกรันเกาะ Heat Exchanger

หนึ่งในสาเหตุที่ควรตรวจสอบคือการสะสมของ Scale บนพื้นผิวแลกเปลี่ยนความร้อน

เมื่อตะกรันเพิ่มขึ้น ความร้อนจะถ่ายเทผ่านพื้นผิวได้ยากขึ้น ทำให้ระบบต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขที่หนักขึ้นเพื่อรักษา Cooling Capacity

ASHRAE ระบุว่า Fouling บนพื้นผิว Heat Exchanger เป็นปัจจัยที่ควรควบคุมในการดูแล Liquid Chiller และการทำความสะอาด Tube เป็นแนวทางหนึ่งที่ใช้ลดผลกระทบจาก Fouling (ASHRAE – Liquid-Chilling Systems)

Condenser สกปรกหรือมี Fouling

หากด้าน Condenser มีคราบ ตะกอน หรือสิ่งสะสม อาจทำให้การระบายความร้อนทำได้ยากขึ้น

โดยเฉพาะ Chiller ที่ใช้ Condenser Water ควรให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพน้ำและสภาพ Tube

อุณหภูมิน้ำ Condenser สูงเกินไป

Condenser Water Temperature เป็นอีกตัวแปรที่มีผลต่อการทำงานของ Chiller

หากอุณหภูมิน้ำสูงกว่าที่ระบบควรจะเป็น เครื่องอาจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็น

Flow น้ำไม่เหมาะสม

อัตราการไหลของ Chilled Water หรือ Condenser Water ที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและเงื่อนไขการทำงานของเครื่อง

จึงควรตรวจสอบ Flow และ Pressure Drop ร่วมกับค่าการทำงานอื่น ๆ


8 สาเหตุที่ทำให้ Chiller ใช้ไฟมากขึ้น

การวิเคราะห์ปัญหาควรมองทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะ Compressor

1. Heat Exchanger มีคราบตะกรัน

Scale และ Fouling เพิ่มความต้านทานในการถ่ายเทความร้อน และอาจทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องลดลง

2. Condenser Tube สกปรก

สิ่งสกปรกและตะกอนบริเวณ Tube สามารถลดประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน

3. Cooling Tower ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

สำหรับระบบที่ใช้ Cooling Tower หากการระบายความร้อนด้าน Condenser ทำได้ไม่ดี Chiller ก็มีโอกาสต้องทำงานหนักขึ้น

4. คุณภาพน้ำไม่เหมาะสม

น้ำที่มี Hardness หรือสารละลายบางชนิดสูงเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ Scale และ Corrosion

5. Flow ของน้ำไม่เหมาะสม

Flow ที่สูงหรือต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับเงื่อนไขออกแบบ อาจทำให้ระบบทำงานไม่อยู่ในจุดที่เหมาะสม

6. Filter หรือ Strainer อุดตัน

สิ่งอุดตันสามารถเพิ่ม Pressure Drop และกระทบต่อการไหลของน้ำ

7. ระบบควบคุมทำงานไม่เหมาะสม

การตั้ง Setpoint, Sequencing หรือการควบคุมปั๊มและพัดลมที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ใช้พลังงานมากกว่าที่จำเป็น

8. Cooling Load เปลี่ยนแปลง

ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่า Chiller มีปัญหาเสมอไป

หากอาคารหรือโรงงานมี Cooling Load สูงขึ้น เครื่องก็ย่อมใช้พลังงานมากขึ้นตามการทำความเย็นที่ต้องการ


จะรู้ได้อย่างไรว่า Chiller กินไฟเพราะตะกรัน?

ไม่ควรใช้ค่าไฟเพียงตัวเดียวในการตัดสิน

ควรดูข้อมูลของระบบประกอบกัน

ตรวจสอบ Condenser Approach

หากค่า Approach เปลี่ยนไปจากค่าปกติ ควรตรวจสอบสภาพ Condenser และ Heat Transfer Surface เพิ่มเติม

แต่ค่า Approach ที่สูงขึ้นไม่ได้แปลว่าเกิดจากตะกรันอย่างเดียว อาจเกี่ยวข้องกับ Flow, อุณหภูมิน้ำ และ Load ด้วย

ตรวจสอบ Pressure Drop

Pressure Drop ที่เปลี่ยนแปลงอาจเป็นสัญญาณให้ตรวจสอบ Flow, Strainer, Tube หรือสิ่งสะสมภายในระบบ

ตรวจสอบอุณหภูมิน้ำเข้าและออก

ควรเปรียบเทียบกับค่าปกติของระบบ โดยพิจารณา Load ในช่วงเวลาเดียวกัน

ตรวจสอบค่า kW และ Cooling Capacity

การดู kW ต่อหน่วย Cooling Capacity จะมีประโยชน์กว่าการดูค่าไฟรวมเพียงอย่างเดียว เพราะสามารถช่วยสะท้อนประสิทธิภาพของเครื่องได้ดีขึ้น


ตะกรันใน Chiller ทำให้ค่าไฟเพิ่มได้อย่างไร?

เมื่อตะกรันเกาะบน Heat Transfer Surface จะทำหน้าที่คล้ายชั้นฉนวน ทำให้ความร้อนถ่ายเทผ่านพื้นผิวได้ยากขึ้น

เมื่อเครื่องต้องรักษาเงื่อนไขการทำงานเดิมภายใต้ Heat Transfer ที่ลดลง ระบบอาจใช้พลังงานมากขึ้น

ASHRAE ระบุว่าการสะสมของ Fouling มีผลต่อ Heat Transfer และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ต้องมีการดูแลและทำความสะอาดระบบ Chiller ตามสภาพการใช้งาน

อ่านแนวทางการดูแล Liquid Chiller จาก ASHRAE


วิธีลดค่าไฟ Chiller จากปัญหาตะกรันและ Fouling

หากพบว่าปัญหามาจากสิ่งสะสมบน Heat Transfer Surface ควรแก้ที่ต้นเหตุ

ทำความสะอาด Heat Exchanger และ Condenser Tube

การทำความสะอาดช่วยกำจัด Scale, Sediment และ Fouling ที่สะสมอยู่

วิธีการทำความสะอาดอาจเป็น Mechanical Cleaning, Chemical Cleaning หรือใช้ร่วมกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์และลักษณะของคราบ

เลือกน้ำยาล้างตะกรันให้เหมาะกับระบบ

หากเลือก Chemical Cleaning ควรพิจารณาชนิดของ Scale และวัสดุของ Heat Exchanger ก่อน

สารเคมีที่เหมาะกับ Carbon Steel อาจไม่เหมาะกับ Copper หรือ Aluminium ดังนั้นต้องตรวจสอบ Compatibility ก่อนใช้งาน

ควบคุมคุณภาพน้ำหลังการล้าง

การล้างอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากต้นเหตุของ Scale ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ควรตรวจสอบ Water Chemistry และวางโปรแกรมป้องกันการเกิดตะกรันใหม่


Water Treatment มีผลต่อประสิทธิภาพ Chiller อย่างไร?

Water Treatment มีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะระบบที่มีน้ำหมุนเวียน

ควบคุม Scale

การใช้โปรแกรม Scale Control ที่เหมาะสมช่วยลดแนวโน้มการเกิดตะกรัน

ควบคุม Corrosion

การกัดกร่อนสามารถสร้างสนิมและ Corrosion Products ที่กลายเป็นตะกอนหรือ Fouling ในระบบ

ควบคุมคุณภาพน้ำ

ควรติดตามค่า เช่น

  • pH
  • Conductivity
  • TDS
  • Hardness
  • Alkalinity
  • Chloride
  • Iron
  • Copper

ASHRAE อธิบายว่า Water Treatment ที่เหมาะสมช่วยควบคุมปัญหา Scale, Corrosion และ Biological Fouling ซึ่งล้วนมีผลต่อระบบน้ำและอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน (ASHRAE – Water Treatment)


Cooling Tower มีผลกับค่าไฟ Chiller หรือไม่?

มีครับ โดยเฉพาะ Chiller ที่ใช้ Condenser Water

หาก Cooling Tower ไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุณหภูมิ Condenser Water อาจสูงขึ้น และทำให้เงื่อนไขการทำงานของ Chiller เปลี่ยนไป

Cooling Tower สกปรก

Fill, Nozzle และ Basin ที่มีสิ่งสกปรกหรือตะกรันมากอาจทำให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนลดลง

พัดลมและระบบกระจายน้ำมีปัญหา

การกระจายน้ำไม่ทั่วถึงหรือการไหลของอากาศไม่เหมาะสมสามารถส่งผลต่อ Performance ของ Cooling Tower

คุณภาพน้ำไม่เหมาะสม

Scale, Corrosion และ Biological Growth สามารถทำให้ทั้ง Cooling Tower และ Condenser Water System มีประสิทธิภาพลดลง


เมื่อไหร่ควรล้าง Chiller?

ไม่ควรกำหนดจากจำนวนเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้ข้อมูลจากการเดินระบบเป็นตัวช่วยตัดสินใจ

ค่า Performance ลดลงจากเดิม

หากประสิทธิภาพลดลงอย่างต่อเนื่อง ควรตรวจสอบ Heat Exchanger และ Condenser

พบคราบตะกรันหรือ Fouling

หากตรวจสอบแล้วพบ Scale หรือคราบสะสม ก็ควรประเมินการทำความสะอาด

ค่า Approach หรือ Pressure Drop เปลี่ยนแปลง

ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจว่าควรตรวจสอบ Heat Transfer Surface หรือไม่


น้ำยาล้างตะกรันช่วยแก้ Chiller กินไฟได้ไหม?

อาจช่วยได้ หากสาเหตุสำคัญมาจาก Scale หรือ Fouling

แต่ไม่ควรระบุว่าการล้างจะลดค่าไฟได้กี่เปอร์เซ็นต์สำหรับทุกระบบ เพราะประสิทธิภาพก่อนและหลังการล้างขึ้นอยู่กับสภาพเครื่องและ Load ของแต่ละโรงงาน

ASHRAE ระบุว่าการทำความสะอาด Tube และการควบคุม Fouling เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดูแล Liquid Chiller และสามารถช่วยลดปัญหาด้านการใช้พลังงานเมื่อระบบมี Fouling (ASHRAE – Liquid-Chilling Systems)

ดังนั้นก่อนล้างควรเก็บข้อมูล Performance เอาไว้ และนำมาเปรียบเทียบหลังทำความสะอาด


วิธีแก้เมื่อ Chiller กินไฟมากผิดปกติ

หากค่าไฟเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ควรตรวจสอบตามลำดับเพื่อไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนอะไหล่โดยไม่จำเป็น

ขั้นที่ 1 ตรวจสอบ Load

ดูว่า Cooling Load เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าหรือไม่

ขั้นที่ 2 ตรวจสอบ Condenser

ตรวจอุณหภูมิ น้ำ Flow Pressure Drop และสภาพ Tube

ขั้นที่ 3 ตรวจสอบ Cooling Tower

ดูอุณหภูมิ Condenser Water, Fill, Nozzle, Fan และการกระจายน้ำ

ขั้นที่ 4 ตรวจสอบคุณภาพน้ำ

ตรวจ pH, Conductivity, TDS, Hardness และค่าที่เกี่ยวข้อง

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบ Scale และ Fouling

หากพบการสะสม ควรประเมินวิธี Cleaning ที่เหมาะสม

ขั้นที่ 6 วางแผนป้องกันปัญหาซ้ำ

หลังแก้ปัญหาแล้ว ควรวางโปรแกรม Scale Control, Corrosion Control และ Biological Control ให้เหมาะกับระบบ

สำหรับแนวทางการจัดการระบบน้ำและการบำรุงรักษา Cooling Tower สามารถดูข้อมูลจาก U.S. Department of Energy ได้ที่ Cooling Tower Management


สรุป: Chiller กินไฟมากผิดปกติต้องตรวจอะไรบ้าง?

Chiller กินไฟมากผิดปกติ ไม่ได้หมายความว่า Compressor เสียเสมอไป แต่ควรตรวจสอบทั้งระบบ ตั้งแต่ Cooling Load, Condenser, Heat Exchanger, Flow, Cooling Tower ไปจนถึงคุณภาพน้ำ

สิ่งที่ควรตรวจสอบคือ

✅ ตรวจสอบ Cooling Load
✅ ตรวจสอบ Condenser Water Temperature
✅ ตรวจสอบ Flow และ Pressure Drop
✅ ตรวจสอบ Scale และ Fouling
✅ ตรวจสอบคุณภาพน้ำ
✅ ตรวจสอบ Cooling Tower
✅ ทำความสะอาด Heat Exchanger เมื่อจำเป็น
✅ วางโปรแกรม Water Treatment เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำ

หากโรงงานกำลังพบปัญหา Chiller ใช้ไฟสูง ตะกรันใน Chiller สนิม Fouling หรือปัญหาคุณภาพน้ำ WARICH มีผลิตภัณฑ์สำหรับระบบน้ำอุตสาหกรรม เช่น SCALE REMOVER, SCALE INHIBITOR และ CORROSION INHIBITOR

ดูผลิตภัณฑ์เคมีสำหรับ Chiller และระบบน้ำอุตสาหกรรมของ WARICH

การเลือกสารเคมีควรพิจารณาจาก ชนิดของตะกรัน วัสดุของระบบ คุณภาพน้ำ และสภาพการทำงานของ Chiller เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานจริง