Service Support 24/7 Offilce Mon-Sat 08:00 - 18:00

จำหน่าย จารบี สเปรย์ น้ำยาระบบ Cooling Tower มาตรฐานอุตสาหกรรม
วิธีตรวจสอบตะกรันใน Chiller เช็กอย่างไร? 7 จุดที่ควรตรวจสอบ
วิธีตรวจสอบตะกรันใน Chiller สามารถเริ่มได้จากการดูข้อมูลการทำงานของเครื่อง ร่วมกับการตรวจสอบระบบน้ำและ Heat Exchanger เพราะตะกรันและ Fouling ที่สะสมอยู่บนพื้นผิวด้านน้ำสามารถเพิ่มความต้านทานต่อการถ่ายเทความร้อน และทำให้ประสิทธิภาพของ Chiller ลดลงได้ การตรวจพบปัญหาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงช่วยให้วางแผนทำความสะอาดและแก้ไขระบบได้เหมาะสมมากขึ้น
ASHRAE แนะนำให้ติดตามคุณภาพน้ำของระบบ Chiller และทำความสะอาด Tube ตามความเหมาะสม โดยระบุว่า Proper Water Treatment และ Regular Tube Cleaning เป็นแนวทางสำคัญในการลด Fouling, ปัญหาการเดินระบบ และการใช้พลังงานของเครื่อง (อ่านข้อมูล Liquid-Chilling Systems จาก ASHRAE)
ตะกรันใน Chiller เกิดตรงไหนได้บ้าง?
ก่อนที่จะตรวจสอบ ควรรู้ก่อนว่าตะกรันและ Fouling สามารถสะสมบริเวณใดของระบบได้บ้าง
Condenser Tube เป็นจุดที่ควรตรวจสอบ
สำหรับ Water-Cooled Chiller น้ำจากระบบ Cooling Tower จะไหลผ่าน Condenser เพื่อถ่ายเทความร้อนออกจากระบบ
เมื่อแร่ธาตุในน้ำ เช่น Calcium และสารละลายอื่น ๆ มีความเข้มข้นสูงขึ้น อาจเกิดการตกสะสมบนพื้นผิวด้านในของ Tube ได้
นอกจาก Scale แล้ว ยังสามารถพบ Sediment, Corrosion Products และ Biological Growth ซึ่งทั้งหมดสามารถรวมกันเป็น Fouling ได้
Evaporator ก็สามารถเกิด Fouling ได้
ด้าน Chilled Water ก็สามารถเกิด Fouling ได้เช่นกัน แต่ระบบน้ำแบบปิดที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมมักมีโอกาสเกิด Fouling น้อยกว่าระบบ Condenser Water
ดังนั้นในการตรวจสอบควรแยกให้ออกว่าปัญหาอยู่ฝั่ง Condenser หรือ Evaporator
วิธีตรวจสอบตะกรันใน Chiller จากค่า Approach
ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องทันทีเพื่อค้นหาตะกรัน ข้อมูลจากการเดินระบบสามารถใช้เป็นสัญญาณเบื้องต้นได้
ตรวจสอบ Condenser Approach
Condenser Approach เป็นค่าที่ช่วยประเมินประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนของ Condenser
หากค่า Approach ค่อย ๆ สูงขึ้นจาก Baseline เดิม ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเกี่ยวข้องกับ Fouling, Flow, อุณหภูมิน้ำ หรือปัจจัยอื่นหรือไม่
สำคัญ: ค่า Approach สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่ามีตะกรันแน่นอน ต้องใช้ข้อมูลอื่นประกอบ
ตรวจสอบ Evaporator Approach
ในลักษณะเดียวกัน หาก Evaporator Approach เปลี่ยนไปจากค่าปกติ ก็ควรตรวจสอบ Heat Transfer Surface และสภาวะการไหลของน้ำเพิ่มเติม
ตรวจตะกรัน Chiller ด้วย Pressure Drop
Pressure Drop เป็นอีกค่าที่สามารถใช้ประกอบการประเมิน Fouling ได้
หาก Flow ใกล้เคียงเดิม แต่ Pressure Drop เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ควรตรวจสอบระบบน้ำเพิ่มเติม
Pressure Drop สูงขึ้นเกิดจากอะไรได้บ้าง?
สาเหตุอาจมาจาก
- ตะกรัน
- ตะกอน
- Biofilm
- Strainer อุดตัน
- Filter สกปรก
- Flow เปลี่ยนแปลง
จึงไม่ควรสรุปจากค่า Pressure Drop เพียงค่าเดียว
งานข้อมูลจาก ASHRAE ระบุว่า Fouling สามารถเพิ่ม Water-Side Pressure Drop ใน Condenser Tube ได้ (อ่านข้อมูล Fouling ของ Condenser Tube จาก ASHRAE)
เปรียบเทียบกับ Baseline ของเครื่อง
วิธีที่มีประโยชน์คือเก็บค่าของเครื่องในช่วงที่ทำงานปกติไว้เป็น Baseline เช่น
อุณหภูมิ + Flow + Pressure Drop + Approach + kW
จากนั้นนำค่าปัจจุบันมาเปรียบเทียบ จะช่วยให้เห็นแนวโน้มความผิดปกติได้ชัดเจนกว่าการดูค่าครั้งเดียว
ตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อหาสาเหตุตะกรัน
การตรวจตะกรันไม่ควรดูเฉพาะตัว Chiller เพราะต้นเหตุอาจมาจากคุณภาพน้ำ
ตรวจค่า Hardness
Hardness ที่สูงสามารถเพิ่มโอกาสการเกิดตะกรันจากแร่ธาตุในน้ำ โดยเฉพาะเมื่อระบบมีการถ่ายเทความร้อนและมีการสะสมของแร่ธาตุ
ตรวจค่า pH
ค่า pH มีผลต่อสมดุลทางเคมีของน้ำและแนวโน้มการเกิดทั้ง Scale และ Corrosion
ตรวจ Conductivity และ TDS
ค่า Conductivity และ TDS สามารถใช้ติดตามความเข้มข้นของสารละลายในระบบ และช่วยประเมินแนวโน้มของ Water Treatment
ตรวจ Alkalinity และ Calcium
หากต้องการวิเคราะห์แนวโน้มการเกิด Calcium Scale อาจต้องตรวจ Alkalinity และ Calcium เพิ่มเติม
สำหรับระบบ Cooling Tower DOE แนะนำให้ติดตาม Conductivity, Blowdown และ Cycles of Concentration รวมถึงควบคุมคุณภาพน้ำเพื่อจำกัดปัญหา Scale และ Corrosion (อ่านแนวทาง Cooling Tower Management จาก DOE)
ตรวจตะกรันจากลักษณะของน้ำได้หรือไม่?
สภาพน้ำสามารถใช้เป็น สัญญาณเตือน ได้ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าคราบที่พบคือตะกรันทั้งหมด
น้ำมีตะกอนหรือสีผิดปกติ
อาจเกี่ยวข้องกับ
- Corrosion Products
- Sediment
- Biological Growth
- Fouling
ดังนั้นควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนเลือกสารเคมีทำความสะอาด
พบคราบสีขาวหรือคราบแข็ง
คราบลักษณะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับแร่ธาตุที่ตกสะสม แต่การระบุชนิดของ Scale ควรอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมหากต้องการเลือก Chemical Cleaning ให้แม่นยำ
พบสนิมร่วมกับตะกรัน
หากพบทั้งสนิมและคราบสะสม ควรตรวจสอบทั้ง Corrosion Control และ Scale Control เพราะปัญหาทั้งสองสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้
วิธีตรวจสอบตะกรันใน Chiller จากการเปิดตรวจ Tube
หากข้อมูลการทำงานและคุณภาพน้ำบ่งชี้ว่ามี Fouling การตรวจสอบภายใน Tube จะช่วยยืนยันสภาพจริงได้มากขึ้น
Visual Inspection
สามารถตรวจดูพื้นผิว Tube เพื่อค้นหา
- Scale
- Rust
- Sediment
- Slime
- Biological Growth
- Corrosion
การตรวจด้วยสายตาช่วยให้เห็นลักษณะของคราบและสภาพผิวได้โดยตรง
ตรวจความหนาและลักษณะของคราบ
หากพบ Scale ควรประเมินความหนาและลักษณะของคราบก่อนเลือกวิธีทำความสะอาด
Eddy Current Testing
สำหรับ Chiller ที่มีอายุการใช้งานมาก หรือระบบที่ต้องการตรวจสอบ Tube อย่างละเอียด สามารถใช้ Eddy Current Testing เพื่อประเมินสภาพท่อและความผิดปกติภายในได้
การตรวจประเภทนี้เหมาะกับการประเมินสภาพ Tube มากกว่าการใช้สายตาเพียงอย่างเดียว
Chiller Fouling ต่างจาก Scale อย่างไร?
สองคำนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน
Scale คืออะไร?
Scale คือคราบแร่ธาตุที่ตกผลึกและเกาะบนพื้นผิว เช่น Calcium Carbonate หรือสารประกอบอื่น
Fouling คืออะไร?
Fouling เป็นคำที่กว้างกว่า และสามารถรวมถึง
- Scale
- Sediment
- Biological Growth
- Corrosion Products
- สิ่งสกปรกอื่น ๆ
ดังนั้นเมื่อพบว่า Chiller มี Fouling ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นตะกรัน
การแยกประเภทของคราบให้ได้ก่อน จะช่วยให้เลือกวิธี Cleaning ได้เหมาะสมกว่า
7 จุดที่ควรตรวจเมื่อสงสัยว่ามีตะกรันใน Chiller
หากต้องการตรวจสอบแบบเป็นขั้นตอน สามารถเริ่มจาก
1. Condenser Approach
ดูว่าค่าเปลี่ยนจาก Baseline หรือไม่
2. Evaporator Approach
ตรวจสอบความผิดปกติของ Heat Transfer ฝั่ง Evaporator
3. Pressure Drop
เปรียบเทียบ Pressure Drop กับ Flow และค่าปกติเดิม
4. อุณหภูมิน้ำเข้าและออก
ตรวจทั้ง Chilled Water และ Condenser Water
5. คุณภาพน้ำ
ตรวจ pH, Hardness, Conductivity, TDS, Alkalinity และค่าที่เกี่ยวข้อง
6. สภาพ Tube และ Heat Exchanger
ทำ Visual Inspection หรือใช้วิธีตรวจสอบเฉพาะทางตามความเหมาะสม
7. Performance ของ Chiller
ดู kW, Cooling Capacity และแนวโน้มประสิทธิภาพของเครื่องร่วมกัน
เมื่อไหร่ควรล้างตะกรัน Chiller?
ไม่ควรใช้เพียงจำนวนเดือนเป็นตัวตัดสิน ควรพิจารณาจากข้อมูล Performance และสภาพจริงของระบบ
ค่า Approach สูงขึ้นต่อเนื่อง
หากสูงขึ้นจาก Baseline โดยไม่มีปัจจัยอื่นอธิบาย ควรตรวจสอบ Heat Transfer Surface
Pressure Drop เปลี่ยนแปลง
ควรตรวจสอบ Tube, Strainer, Filter และระบบน้ำเพิ่มเติม
ประสิทธิภาพลดลง
หาก Chiller ใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อให้ได้ Cooling Capacity ใกล้เคียงเดิม ควรตรวจสอบ Fouling และปัจจัยอื่นร่วมกัน
ตรวจพบ Scale จากการเปิดตรวจ
หากพบตะกรันจริง ควรประเมินชนิดของคราบและวัสดุของ Heat Exchanger ก่อนเลือกวิธี Cleaning
ASHRAE ระบุว่าการทำ Water Treatment และ Regular Tube Cleaning เป็นแนวทางที่แนะนำสำหรับ Liquid Chiller เพื่อช่วยลด Fouling และ Power Consumption (ดูข้อมูลจาก ASHRAE)
เลือกน้ำยาล้างตะกรันหลังตรวจพบ Scale อย่างไร?
เมื่อยืนยันได้ว่าปัญหาเกิดจาก Scale ขั้นตอนต่อไปคือเลือกวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสม
ตรวจสอบชนิดของตะกรัน
Calcium Carbonate, Silica และ Scale ชนิดอื่นอาจต้องใช้วิธีจัดการแตกต่างกัน
ตรวจสอบวัสดุ Heat Exchanger
ต้องทราบว่า Tube ทำจาก Copper, Copper Alloy, Stainless Steel หรือวัสดุอื่น
ตรวจสอบ SDS และ TDS
ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับ
- อัตราการใช้
- วิธีผสม
- ระยะเวลาสัมผัส
- Compatibility
- วิธี Flush
- ข้อควรระวัง
ไม่ควรเลือกน้ำยาจากคำว่า “แรง” หรือ “ล้างเร็ว” เพียงอย่างเดียว
สำหรับโรงงานที่ต้องการ น้ำยาล้างตะกรัน Chiller สามารถดูผลิตภัณฑ์กลุ่มเคมีสำหรับระบบน้ำอุตสาหกรรมของ WARICH ได้ที่ ผลิตภัณฑ์เคมีอุตสาหกรรม WARICH
หลังล้างตะกรันต้องป้องกันอย่างไร?
การ Cleaning ช่วยจัดการคราบที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าต้นเหตุไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาอาจกลับมาได้อีก
ปรับโปรแกรม Water Treatment
ควรทบทวนคุณภาพน้ำและโปรแกรมควบคุม Scale ให้เหมาะกับระบบ
ควบคุม Corrosion
สนิมและ Corrosion Products สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Fouling ได้
ควบคุม Biological Growth
ในระบบที่เกี่ยวข้องกับ Cooling Tower ควรควบคุม Biofilm และจุลินทรีย์ควบคู่กัน
ติดตาม Performance หลังทำความสะอาด
ควรเก็บค่าหลัง Cleaning เป็น Baseline ใหม่ เพื่อดูแนวโน้มของเครื่องในระยะยาว
สรุป: ตรวจตะกรัน Chiller อย่าดูแค่คราบ
วิธีตรวจสอบตะกรันใน Chiller ที่ดีควรใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบกัน ทั้ง Approach Temperature, Pressure Drop, Flow, Water Chemistry, Performance และสภาพจริงของ Heat Exchanger
หากพบความผิดปกติ ควรแยกให้ได้ว่าเกิดจาก Scale, Sediment, Biological Growth, Corrosion Products หรือ Fouling ประเภทอื่น ก่อนเลือกวิธีทำความสะอาด
แนวทางสำคัญคือ
✅ เก็บ Baseline ของ Chiller
✅ ติดตาม Approach Temperature
✅ ตรวจ Flow และ Pressure Drop
✅ ตรวจคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ
✅ ตรวจ Tube เมื่อข้อมูลบ่งชี้ว่ามี Fouling
✅ วิเคราะห์ชนิดของคราบก่อนเลือก Chemical Cleaning
✅ วางโปรแกรม Water Treatment เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
หากโรงงานกำลังพบ ตะกรันใน Chiller, Fouling, สนิม หรือประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนลดลง WARICH มีผลิตภัณฑ์สำหรับระบบน้ำอุตสาหกรรม เช่น SCALE REMOVER, SCALE INHIBITOR และ CORROSION INHIBITOR